มาดูคอนโดอพาร์ตเม้นต์น้อยๆ ที่ต่างประเทศกันสักหน่อยดีกว่า

มาดูคอนโดอพาร์ตเม้นต์น้อยๆ ที่ต่างประเทศกันสักหน่อยดีกว่า

 

หลังจากที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปอ่านกระทู้รีวิว คอนโดมิเนียม จากเว็ปไซต์ Pantip.com ก็ได้ไปสะดุด กระทู้กระทู้นึง ของคุณ ShiNyShadoWy ที่ได้ทำการรีวิวการปรับแต่ง คอนโด อพาร์ทเม้น ที่พักอาศัยในต่างประเทศของเธอ ซึ่งสวยจนต้องขอนำมาให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกทีนะครับ งั้นลองไปชมกันเลยว่าจะสวยซักแค่ไหนเชียว?

ก็ต้องขอสวัสดีชาวพันทิปทุกท่านค่ะ กระทู้นี้ เราจะพาไปดูคอนโดอพาร์ตเม้นต์ของเราที่ประเทศเบลเยี่ยมค่ะ ตั้งแต่ย้ายตามสามีมาอยู่เบลเยี่ยม สามีก็อยากขายบ้าน เพราะไลฟ์สไตล์ของเราสองคน ชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง เลยไม่อยากอยู่บ้านหลังใหญ่ๆที่ต้องดูแลเยอะๆ ก็เลยลงความเห็นกันว่า งั้นขายบ้าน แล้วไปซื้ออพาร์ตเม้นต์อยู่แล้วกัน

และโจทย์มีอยู่ว่า!!!

ข้อที่ 1.ต้องเป็นอพาร์ตเม้นต์มือสอง ราคาไม่เกิน 200000 ยูโร

ข้อที่ 2.ต้องมีสองห้องนอน ต้องมีระเบียง ต้องมีโรงจอดรถและจอดจักรยานได้

ข้อที่ 3.ต้องอยู่ชั้นกราวน์ ถ้าอยู่ชั้นบนต้องมีลิฟท์

ข้อที่ 4.ต้องอยู่ใจกลางเมือง จะได้ลดการใช้รถยนต์ สามารถเดินไปตลาดได้

และฉันก็หาทั้งในเน็ต และไปดูของจริง ไม่เจอถูกใจเลยค่ะ บางแห่ง ราคาได้ แต่มีห้องนอนเดียว บางแห่งไม่โรงจอดรถ ต้องจอดกลางแจ้ง บางแห่งมีครบหมดที่ต้องการ แต่อยู่ไกลจากตัวเมืองมากๆ

และจนได้มาเจอ อพาร์ตเม้นต์แห่งนี้ ที่มีทุกอย่างที่ต้องการเลยค่ะ แต่……มันเป็นอพาร์ตเม้นต์มือหนึ่งค่ะ ซึ่งราคาแพงกว่าที่ตั้งงบไว้มากๆ สามีเราก็คิดหนักเลย แต่หลังจากที่กลับไปคำนวณค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ภายในสองสัปดาห์ สามีเราก็ตัดสินใจซื้อเลยค่ะ

ซึ่งต้องขอบอกก่อนว่า ภาพตอน Before อาจจะถ่ายได้ไม่ดีนะคะ เพราะว่า ตอนเข้าไปดู ไม่ได้ตั้งใจถ่าย แล้วก็ถ่ายจากกล้องหลายตัวด้วยค่ะ รวมทั้งกล้องมือถือด้วย

และในตอนที่เข้าไปดูแรกๆ ยังติดป้ายประกาศขายบ้านอยู่ เป็นอพาร์ตเม้นต์ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่มาประมาณ 1 ปีแล้วค่ะ มีคนเข้าอยู่เกือบเต็มแล้ว เหลือหลังนี้แหละที่ยังไม่มีใครซื้อ

ภาพด้านหลัง

ภาพภายใน

ซึ่งในอพาร์ตเม้นต์ จะทำไว้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้วนะคะ เพราะว่าก่อนหน้า ที่สามีเราจะมาซื้อ มีคนซื้อแล้ว แต่กู้ไม่ผ่านค่ะ

ภาพเคาน์เตอร์ครัว คนเก่าเค้าก็เลือกแล้วก็ทำไว้พร้อมแล้วค่ะ

โดยที่มีสองห้องนอน คือ ห้องนอนเล็ก

กับรูปห้องนอนเล็กมาก

ส่วนมุมนี้ ตรงโถงทางเดินเข้าห้องนอนค่ะ จะทำตู้บิวท์อินใส่ตรงนี้

และยังมีห้องใต้ดินเล็กๆ ไว้ให้เก็บของ แต่ห้องใต้ดินนี่ต้องซื้อแยกต่างหากจากตัวอพาร์ตเม้นต์นะคะ

ภายในด้วยความที่มันค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เลยไม่ต้องทำอะไรมาก ซึ่งเรากับสามีไม่ชอบติดวอลเปเปอร์ ก็เลยเลือกที่จะทาสีเท่านั้นค่ะ

ส่วนนี่เป็นรูปปัจจุบันที่เข้าอยู่มาเกือบหนึ่งปีแล้วนะคะ จากมุมประตูทางเข้าค่ะ

ภาพนี้จากมุมครัวค่ะ

ส่วนโถงทางเดินไปห้องนอนค่ะ มุมนี้จะทำตู้บิวท์อินใส่แล้ว

ภาพจากมุมระเบียงค่ะ

ภาพตรงด้านมุมครัว  และเคาน์เตอร์ครัวนี่ เราปูกระเบื้องค่ะ ตอนแรกอยากได้ โมเสส แต่สู้ราคาไม่ไหวค่ะ แพงเกิน

ส่วนตรงช่องดูดควัน ก็ทำเป็นที่เก็บพวกเฮิร์บต่างๆได้ค่ะ

มุมตู้เย็นกับเตาอบจะอยู่ตรงนี้ ตู้เย็นที่นี่จะนิยมซ่อนไว้แบบนี้ค่ะ

ตรงนี้เป็นส่วนระเบียงค่ะ ตอนที่เข้าอยู่ใหม่ๆ ระเบียงยังโล่งๆ อยู่เลย

และตอนนี้ก็ติดหญ้าเทียม ทำเป็นรั้วบังสายตาจากคนภายนอก ดูมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ แล้วก็มีโต๊ะเก้าอี้ ไว้นั่งเล่นเวลาหน้าร้อน แต่ขอบอกว่า ตั้งแต่มีมา ออกไปนั่งครั้งเดียวเองค่ะ อากาศมันเย็นมาก นั่งเล่นนานๆ ไม่ไหวค่ะ ต้องวิ่งเข้าบ้าน

ซึ่งบ้านที่เบลเยี่ยม จะนิยมติด บานม้วน แบบนี้ค่ะ พอตอนกลางคืนก็ปิด

ภาพอีกมุม

สำหรับบานม้วน ใช้รีโมท ในการเปิดปิดค่ะ มีสองแบบ แบบยาว สามารถเลือกได้ว่า จะเปิดทีละบาน หรือเปิดพร้อมกันหมด ส่วนแบบสี่เหลี่ยม เป็นรีโมทสำหรับตั้งเวลาเปิดปิดเองโดยอัตโนมัติค่ะ สะดวกมากเวลาไปเที่ยวนานๆ มันเปิดปิดเองได้

ในส่วนของห้องนอนค่ะ ห้องนอนจะไม่ใหญ่มาก เพราะว่าเวลาหน้าหนาว จะได้ไม่เปลืองฮีตเตอร์ค่ะ

แต่ว่าเราก็ยังรู้สึกว่ามันเล็กเกินไปนะ พอใส่เฟอร์นิเจอร์เข้าไป เหลือทางเดินนิดเดียวเองค่ะ

ซึ่งสามีเราเป็นคนติดทีวีค่ะ ก่อนนอนจะต้องดูทีวี แต่มันไม่มีที่จะวาง ก็เลยต้องหาชั้นวางทีวีเล็กๆที่เลื่อนได้แบบนี้เอาค่ะ

ฝั่งนี้เป็นห้องนอน อีกห้องค่ะ ที่เล็กมากๆ ที่จริงเค้าออกแบบไว้สำหรับเป็นห้องเด็ก แต่เรากับสามีไม่มีลูก ก็เลยทำเป็นห้องเก็บของซะเลย โดยติดตู้บิวท์อินสองข้างเลยค่ะ จะได้มีที่เก็บของเยอะๆ แต่มันทำสุดพื้นที่ไม่ได้ เพราะติดฮีตเตอร์ค่ะ

โดยอีกข้างก็ติดประตูค่ะ เลยทำสองข้างไม่เท่ากันแบบนี้

และตู้นี้ทำเป็นตู้เก็บรองเท้าค่ะ ชั้นที่เห็นเยอะๆนี่ต้องซื้อเพิ่มนะคะ

ส่วนห้องน้ำ ก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลยค่ะ ทุกอย่างเค้ามีให้หมดแล้ว เราชอบตรงที่ไม่มีอ่างนี่แหละ

ภาพอีกมุม

ซึ่งก็อกน้ำ จะปรับอุณหภูมิน้ำได้ค่ะ แต่เค้าจะล็อกไว้ที่ 40 องศา ถ้าอยากได้น้ำร้อนกว่านี้ ก็กดตรงปุ่ม แล้วหมุนเพิ่มได้อีกค่ะ

ในห้องน้ำเรามีสายฉีดชำระด้วยนะ นำเข้าจากไทยแลนด์ อิอิ ตอนที่บอกให้ช่างติด เค้าเหมือนไม่อยากทำ เพราะมันเรื่องใหญ่ ต้องเลาะกระเบื้องออก ถึงจะติดได้ค่ะ

ส่วนชักโครกจะเป็นแบบแขวนค่ะ ทำความสะอาดง่าย

เราลองไปดูชั้นใต้ดินกันค่ะ เป็นที่จอดรถของชาวอพาร์ตเม้นต์ค่ะ

ซึ่งที่จอดรถที่นี่ ต้องซื้อช่องจอดรถเป็นของตัวเองนะคะ ไม่ฟรีค่ะ และไม่มีการแย่งกันจอด ของใครของมัน มีทะเบียนรถติดประจำช่องแสดงความเป็นเจ้าของค่ะ

เวลาเราจะเข้าจะออก ก็ใช้รีโมทเปิดปิด เหมือนกันค่ะ

และจะมีช่องสำหรับจอดจักรยานด้วยค่ะ เพราะคนที่นี่ นิยมขี่จักรยานมาก

นี่เป็นมุมจอดจักรยานอีกมุม ตรงนี้จะอยู่หน้าทางเข้าห้องเก็บของใต้ดินค่ะ

ในห้องใต้ดินค่ะ จะมีไม่ครบตามจำนวนอพาร์ตเม้นต์นะคะ ต้องซื้อแยกจากอพาร์ตเม้นต์เหมือนกัน

ถ้าของบ้านเรา ได้ห้องในสุดเลย ที่จริงห้องใต้ดินไม่เหลือแล้ว แต่สามีเราซื้อต่อจากคนอื่นอีกทีนึงค่ะ

และมันก็แคบมาก ใส่ฟรีซเซอร์ เข้าไปก็เต็มแล้ว เลยต้องทำชั้นเล็กๆ พอให้เก็บของอย่างอื่นได้ค่ะ

นี่เป็นรูปของ ฟรีซเซอร์ นะคะ

เรากลับเข้ามาดูในบ้านอีกทีนะคะ  เราลืมส่วนนี้ค่ะ เป็นห้องสำหรับวางเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า จะแอบอยู่ตรงครัวค่ะ

และมันแคบมากๆ เลยต้องทำชั้นไว้เก็บของแบบนี้ค่ะ

ส่วนนี่เครื่องล้างจาน ก็แอบไว้ในส่วนเคาน์เตอร์ครัวค่ะ

ตรงนี้เป้นมุมทานข้าวค่ะ นั่งกินกันแต่ตรงนี้ล่ะ มีโต๊ะทานข้าวไว้สำหรับเวลามีแขกมาทานข้าวที่บ้านเท่านั้นค่ะ

เราลองไปดูข้างนอกกันบ้างค่ะ มุมหน้าประตูเข้าบ้าน จะอยู่ใกล้กับลิฟท์ค่ะ

รูปประตูทางออกไปข้างนอกค่ะ

และบันไดขึ้นชั้นบน ที่นี่มีแค่ 3 ชั้นนะ แต่ว่ามีทั้งลิฟท์ ทั้งบันไดค่ะ บางแห่ง 3 ชั้น แต่ไม่มีลิฟท์

ส่วนตู้รับจดหมายก็จะเป็นของแต่ละบ้านค่ะ ตรงตู้จะมีชื่อติดและมีปุ่มสำหรับกดกริ่งเรียกแต่ละบ้านด้วยค่ะ

เราลองไปดูบรรยากาศรอบๆ อพาร์ตเม้นต์บ้างค่ะ ประตูทางเข้าจะเป็นสองชั้นค่ะ ชั้นแรก สำหรับไปรษณีย์ ชั้นที่สอง ต้องมีกุญแจถึงจะเข้าได้ค่ะ

และอพาร์ตเม้นต์ที่นี่ จะเป็นกลุ่มอาคาร 3 อาคารค่ะ จะใช้ส่วนกลางร่วมกันตรงนี้

โดยจะมีสวนเล็กๆ ไว้ให้ดูเพลินๆ

ตรงนี้เป้นด้านหลังอพาร์ตเม้นต์ค่ะ

ส่วนทางเข้าที่จอดรถใต้ดินค่ะ

สำหรับตัวตึกโดยรวม ตอนนี้มีประตูรั้ว เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

ส่วนด้านหลังของตึกค่ะ จะอยู่ติดกับที่จอดรถของแบงค์ หน้าปากซอย

เราลองมาดูบรรยากาศตอนหิมะตก ดีกว่าค่ะ

 

 

ถ้าเราอยู่ใจกลางเมือง เดินออกไปหน้าปากซอย ก็เป็นตลาดแล้วค่ะ สะดวกสุดๆ

และตามที่มีบางท่านอยากดูแปลนอพาร์ตเม้นต์ ถ้าให้เราเขียนเองคงจะไม่ได้เรื่อง ฮิฮิ เราเลยเอาแปลนจริง สแกนมาให้ดูค่ะ ตามนี้เลยค่ะ

นี่เป็นภาพ before ของประตูกระจก สังเกตุว่าตอนนี้ยังไม่มีกุญแจล็อก

นี่เป็นภาพปัจจุบัน ทำกุญแจล็อกอีกชั้น เพื่อความปลอดภัยค่ะ ทำติดประตูทุกบานเลย ระบบที่นี่ดีอย่าง ถ้าติดตัวล็อกเพิ่ม เพื่อความปลอดภัยของบ้าน แล้วแจ้งไปที่สำนักงานตำรวจ จะได้เงินคืนบางส่วนค่ะ ดี๊ดี  อิอิ

และประตูกระจก จะเปิดออกได้ 2 แบบ แบบแรก เปิดแบบ แง้มๆแบบนี้ พอรับลมได้ในหน้าร้อนค่ะ

ภาพนี่เป็นแบบ เปิด ออกเลย จะเปิดออก ทั้งสองข้างเลยก็ได้ เปิดทั้งสองแบบได้ทุกบานค่ะ ในห้องนอนก็เปิดได้ ตอนที่เค้ามาส่งเฟอร์นิเจอร์ ก็ขนเข้าทางประตูกระจกนี่ล่ะ ยกเว้นบานใหญ่ตรงระเบียง จะเลื่อนได้อย่างเดียวค่ะ

ส่วนนี่เป็นหน้าบ้าน ตรงทางเข้าค่ะ

ถ้ามองจากมุมทางเข้าบริเวณอพาร์ตเม้นต์ จะเห็นหอคอยสูงๆ เดี๋ยวพาขึ้นไปดูวิวข้างบนค่ะ

ถ้ามองจากภาพมุมสูง จากหอคอยค่ะ ปกติทางเมืองไม่เปิดให้เข้าชมนะ แต่ว่าจะเปิดในเทศกาลพิเศษจริงๆเท่านั้นค่ะ จากภาพนี้ มองไปจะเห็นอพาร์ตเม้นต์เรา เป็นกลุ่มสีขาวอยู่ค่ะ

และนี่เป็นอีกมุม จะเห็นใจกลางเมือง ที่เป็นตลาด แล้วก็มีลานกว้างๆไว้จัดกิจกรรมต่างๆของเมืองค่ะ ใกล้บ้านมากๆ

เรามาปิดท้ายด้วย ภาพหอคอย ที่เราขึ้นไปดูวิวค่ะ หอคอยนี้จะอยู่หน้าโรงเรียน ที่เราเรียนภาษาเลยค่ะ เดินผ่านทุกวัน ตอนกลางคืนมีเปิดไฟส่องตัวหอคอยเป็นสีๆ สวยมากๆค่ะ ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.