รีโนเวท บ้านร้างให้กลายเป็นบ้านเรา

รีโนเวท บ้านร้างให้กลายเป็นบ้านเรา

ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีเพื่อนๆ ห้องชายคาห้องตกแต่งสวน, คอนโด ทุกท่านนะคะ ในวันนี้จักมาแบ่งปันประสบการณ์การ รีโนเวท บ้านมาเล่าให้ฟังนะคะ

ซึ่งบ้านที่เรา รีโนเวท นี้เป็นบ้านเก่าของครอบครัว ตั้งแต่ที่แม่เสียจนถึง 14 ปีก่อน บ้านที่เคยเป็นบ้าน ก็เปลี่ยนไป พ่อ เรา กับน้องชาย ก็ไม่ได้อยู่บ้านเดิม ต่างคนก็ต่างแยกขนย้ายกันไปเรียน ทำงาน กับมีบ้านเป็นของตัวเอง บ้านหลังนี้จึงเป็นเหมือนที่เก็บของเก่าๆ พร้อมทั้งยังขาดการดูแลอีกด้วย ไม่เหมือนวันที่แม่ยังอยู่

กับตั้งแต่ที่ฉันเรียนจบ โหมโรงทำงาน มีความฝันหนึ่งอย่างที่กระหายจะทำคือ การปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้น่าอยู่ เหมือนครั้งที่ครอบครัวเราพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ซึ่งเราก็เชื่อว่า นี่เป็นความฝันของลูกทุกๆ คนที่หวังทำบ้านให้พ่อ กับ แม่

โดยที่ในวันนี้เราก็ได้มีโอกาสทำการปรับปรุงบ้านแล้ว ถึงแม้ว่าจะปรับปรุงได้ไม่ดีนัก ไม่ได้เปลี่ยนโฉมให้ดูดี แต่ว่าก็น่าภูมิใจ ที่ได้เห็นบ้านกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งนึง

เพื่อบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ที่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่แถวๆ วัดห้วยทรายใต้ งั้นลองมาติดตามกันชมกันได้เลยค่ะ

ดูภาพ Before ก่อนที่เราจักปรับปรุง เดิมบ้านหลังนี้มีแค่ 2 ห้องนอน กับยังทะลุการต่อเติมมาครั้น 15 – 16 ปีที่แล้วก่อนที่แม่จะเสีย เพราะว่าต่อเติมส่วนข้างบ้านพร้อมทั้งหลังบ้าน มีครัว + ห้องน้ำ

เพราะว่าที่ช่างคนที่ต่อเติมเป็นช่างที่พอจักทำก่อสร้างได้ ไม่ใช่ผู้รับเหมารับสร้าง ต่อเติมบ้านโดยตรง บ้านที่ส่วนต่อเติม เลยออกมาเป็นบ้านแบบ แค่พอใช้งานได้ ไม่มีความหรูหรา หรือมี Function การใช้งานอะไร

ซึ่งปัญหาที่พบก็คือ

  • ตราบเวลาสร้างผ่านไป ส่วนตัวที่ต่อเติมก็แยกออกจากตัวบ้านหลัก
  • รอยที่หลังคารั่วทั้งหมดในส่วนที่ต่อเติมทั้งนี้เพราะยุคก่อนใช้ ปูนอุดรอยต่อเติม เวลาผ่านไปปูนมีการแตกกร่อน ทำให้น้ำรั่วซึม
  • ตรงผนัง พร้อมด้วยผ้ามีคราบเชื่อรา จากน้ำรั่ว
  • ส่วนพื้นกระเบื้องเสียหายจากคราบน้ำ
  • ตรงท่อประปาน้ำดี แตกใต้บ้าน เพราะว่าตัวบ้านที่ต่อเติมทำให้ ต้องตัดน้ำที่เข้าบ้าน
  • ในห้องน้ำมีน้ำรั่วซึมออกมาที่ผนัง
  • ส่วนที่เป็น สวนรกน่ากลัวจากต้นมะม่วงปกคลุม มะม่วงหล่นทำให้หลังคาแตกร้าว
  • ตรงที่เป็นร่มไม้ทำให้หญ้าตายด้วยเหตุที่ไม่ได้รับแสงแดด
  • ฯลฯ

เรามาดูกันว่าภาพบ้านก่อนปรับปรุงค่ะ เหมือนบ้านร้างมากๆ

อันที่ยิ่งของมากมายกว่านี้มากๆ ค่ะ เราเก็บออกไปหลายรอบ ที่เหลือกระฉ่อนคือเท่าที่น่าจักใช้ต่อได้ นอกนั้นทิ้งค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยเราให้โจทย์ช่างฝ่ายเดิมจากที่ทำให้บ้านที่บางแสน ว่า เราหิวแค่ปรับปรุงให้ดูน่ามอง น่าอยู่อาศัย อะไรที่พอใช้ได้ก็ยังไม่ต้องเปลี่ยน เพื่อที่จัก ประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วย เพราะว่าส่างานรีโนเวทยากกว่างานสร้างใหม่

เพราะว่าเราไม่รู้จักเจออะไรที่หน้างานบ้าง ไม่อาจคาดเดาได้เลย ซึ่งปัญหาที่พบอาจจะทำให้งานล่าช้าออกไป โดยงานนี้เราให้ผู้รับเหมาของเราจัดฝ่ายช่างไปอยู่ที่บ้านเลยค่ะ ใช้เวลาในการทำ 2 อาทิตย์ กับเก็บงานอีก 2 วัน เพราะเราออกค่าของเองทั้งหมด พร้อมทั้งคิดงานเป็นรายวันไม่ใช่งานเหมา

สิ่งที่เปลี่ยนหลังจากการปรับปรุง

  • เราเปลี่ยนปลังคาเป็น Metal Sheet ลดรอยต่อพร้อมด้วยป้องกันการรั่วซึมได้ 100 %
  • ทำการทาสีใหม่ทั้งหลัง
  • ทำการเจาะพื้นค่อยๆ เลาะกระเบื้องออกเพื่อหารอยรั่วของน้ำดีที่เข้าบ้าน
  • ได้เปลี่ยนโถสุขภัณฑ์
  • กับเราใช้ช่างที่เราจ้างตัดหญ้าเดือนละครั้ง ทำสวนเพราะปูหญ้าและ จ้างปลูกต้นโมกเพราะขนไปจากบางแสน เพราะค่าถูกกว่ามาก

มาเปลี่ยนแผนหน่อย

ก็เพราะว่าภายหลังที่ฝ่ายช่างทำเสร็จ บ้านนี้ก็ดูดีขึ้นมาทันที เก่งอยู่อาศัยได้เหมือนบ้านทั่วไป เราได้ไปเดินดูเฟอร์นิเจอร์มือสองแถวบ้านเรา ซึ่งปรากฎว่าเจอเฟอร์นิเจอร์โรงแรม 5 ดาวชื่อดัง สวยๆ กับยังสภาพดี เลยมีความคิดที่จัก อัพเกรดบ้านตัวเอง เลยจัดเฟอร์มาทั้งหลังเลยค่ะ พร้อมทั้งเปลี่ยนไฟโดยเพิ่มไฟหลุม จากไฟนีออนหลอดยาวๆ

  • ห้องรับแขก 1 ห้อง
  • ห้องนอน 2 ห้อง
  • มุมนั่งเล่น 1

สภาพเพราะว่าแล้วรวมออกมาโอเคเลยค่ะ ชอบมากๆ เหลือเลื่องที่ยังไม่ค่อยเข้ากันก็คือ กระเบื้องพื้นบ้านทั้งหลัง ห้องน้ำพร้อมกับห้องครัว ที่รอแปลงโฉม ในอนาคต ไว้เก็บเงินได้ปางไหร่ จัดแน่นอนค่ะ

ส่วนสีภายนอกต้องการได้แนวคาดว่า loft เพราะว่ามีเสาอิฐแดงของเดิมอยู่

ภาพตอนกลางวัน

 

 

ภาพในตอนกลางคืน

 

 

 

 

 

 

 

พร้อมกับต่อจากนั้น จักพามาดูในห้องนอนกันค่ะ ซึ่งจะมี 2 ห้องนอน เดิมเป็นห้องนอนของเรากับน้องชายคนละห้อง

ในห้องด้านหน้ามีหน้าต่าง 2 ฝั่งค่ะ

ซึ่งในรูปนั้นมีทั้งแบบที่ยังไม่ติดหัวเตียง พร้อมทั้ง รูปที่ติดหัวเตียงนะคะ เพราะในตอนแรกที่ซื้อมาไม่มีหัวเตียงค่ะ เราเองก็ไม่ชอบหัวเตียง แต่คิดถึงเรื่องการใช้งานมีหัวเตียงดีกว่าค่ะ ผนังไม่เลอะด้วย เลยไปจัดมาครั้งหลัง เข้ากับผ้าสเกิร์ต

 

 

 

 

 

ซึ่งเดิมที่ ห้องนี้เป็นห้องนอนของพ่อ มันใหญ่มากๆ โดยจะมีทั้งโต๊ะหมู่บูชาพระ ตู้เสื้อผ้า 3 ตู้ กับเตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง บัดนี้เราปรับมาเป็นห้องดูทีวีพร้อมกับรับแขกค่ะ

และในส่วนนี้ก็ได้เฟอร์จากโรงแรมชื่อดัง มาช่วย พร้อมด้วย เปลี่ยนไฟ เพิ่มส่วนของพรม ก็ดูดีกว่าเดิมมากมายก่ายกองเลยค่ะ ถ้าถ้าใครสนใจสินค้าร้านมือสอง ร้านอยู่เยื้องค่ายนเรศวรติดกับร้านเฟอร์นิเจอร์หวายมือหนึ่ง ริมถนนเพชรเกษม มี 2 ร้าน อยู่ใกล้ๆ กันค่ะ

 

 

 

 

เราลองมาเดินชมดูที่สวนกันนะคะ

โดยที่ปางก่อนบ้านเราก็ปูหญ้าค่ะ แต่ดังที่ไม่ได้ดูแล หญ้าตายหมดค่ะ เลยปูหญ้าใหม่ กับติดกิ่งมะม่วงที่พ่อรักนักรักหนาให้บางลง เพื่อให้แสงแดดรำไรส่องถึงหญ้า ปลูกต้นโมกในแนวรั้วรอบบ้าน ทำให้สวนกลับมาเป็นมีชีวิตอีกครั้ง

พร้อมทั้งต้นไม้หลักๆ ก็ยังเก็บไว้ค่ะ เช่นต้นทับทิม มะม่วง กระถางบัว ชมนาดของพ่อ ยังอยู่ครบ ขาดแต่ต้นมะลิซ้อนพร้อมกับพุดซ้อนของแม่ที่ต้องไปหามาปลูกเพิ่มตามที่ต้นเดิมตายไป

ซึ่งได้ติดไฟที่หัวเสาในสวนเพิ่มแสงสว่างในตอนกลางคืนอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พร้อมด้วยก็หวังว่าเพื่อนๆ นั้นจักได้ประโยชน์จากกระทู้นี้ไม่มากก็น้อยนะคะ

ซึ่งสุดท้ายนี้ ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขในการตกแต่งบ้าน พร้อมด้วยซื้อขายบ้าน กับขอเป็นกำลังใจให้ใครที่กำลังปวดหัวกับปัญหา เรื่องจุกจิกกวนใจ ในการสร้างบ้าน ใช่ไหมการต่อเติมบ้านด้วยนะคะ  สู้ๆ ค่ะ

ปล.ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่นะ

มาดูมูลค่าในการปรับปรุงบ้าง

  1. ค่าแรงมูลค่า 60xxx บาท
  2. ค่าของค่า 70xxx บาท
  3. ค่าเฟอร์ค่า 60xxx บาท
  4. ผ้าม่านทั้งหลังสนนราคา  5500 บาท
  5. ค่าปูหญ้า – ค่าตัดต้นไม้ – ปลูกโมกมูลค่า 16xxx บาท
  6. ค่าเบ็ดเตล็ดรวม 20000 บาท

รวมงบทั้งสิ้นหมดไปคร่าว 200,000 บาทกว่าๆ

ที่มา: แซนด์วิช หมูหยอง-ทูน่า

Advertisements

(รีวิว) สร้างบ้านไม้ ด้วยงบแค่ 200,000 บาท

(รีวิว) สร้างบ้านไม้ ด้วยงบแค่ 200,000 บาท

สำหรับใครที่กำลังมองหาแบบสร้างบ้าน หรือบ้านตัวอย่างราคาถูกนั้น วันนี้ Blog ตกแต่งสวนและคอนโด ขอนำเสนอ ไอเดียการสร้างบ้านไม้ ที่ใช้งบประมาณไป 2 แสนกว่าบาทเท่านั้น

ซึ่งไอเดียนี้เป็นของคุณ สมาชิกหมายเลข 789971 ที่ได้รังสรรค์บ้านที่สวยงาม และนำมาให้เราชมกัน จะสวยและน่าอยู่ขนาดไหน ตามไปชมกันเลย…..

เรามาเริ่มต้นกันตั้งแต่โครงสร้างเลยแล้วกันนะครับ

หลังจากที่เพิ่งจะโพสกระทู้ การตกแต่ง คอนโด มือสองที่กรุงเทพไป ซึ่งไหนๆ แล้วก็เลยเอาบ้านพักที่ต่างจังหวัดที่ได้สร้างไว้ไปอยู่ตอนกลับไปเยี่ยมบ้านมาให้ได้ชมครับ

ซึ่งมันก็คล้ายกับบ้านพักตากอากาศดีๆ นี่เองแหล่ะครับ เนื่องจากอันที่จริงมีบ้านของพ่อแม่ตั้งอยู่แล้ว แต่ว่ามันยังพอมีพื้นที่เหลือ และ อีกอย่างคุณพ่อก็เป็นช่างด้วย ดังนั้นบ้านหลังนี้เราก็เลยลงมือช่วยกันทำ นับว่าเป็นผลงานของครอบครัวเลยก็ได้ครับ ทั้งออกแบบเอง ช่วยกันสร้างเอง เราเน้นการพักอาศัยที่สบายๆ ครับ

ในวันนี้คุณแม่มาคุมงานสร้างเองเลยนะครับ

วันนี้เราก็ทำการขึ้นโครงสร้างเครื่องไม้ส่วนบนได้แล้วครับ ส่วนนี้คุณพ่อได้ลุยงานเองเลยครับ

ที่เราคิดไว้ เราอยากได้บ้านแบบที่อยู่สบายๆ จึงออกแบบให้บ้านมีลักษณะโล่งๆ และมีระเบียงนั่งหน้าบ้าน เพื่อไว้นั่งเล่นพูดคุยกับญาติที่ผ่านไปมา เพราะว่า…คนต่างจังหวัดก็รู้จักกันหมด บางครั้งก็แวะทักทายเอาอาหารมาแลกเปลี่ยนกัน มีความเป็นชุมชนแบบไทยๆ ที่ยังคงมีที่บ้านต่างจังหวัดครับ

 

ตรงส่วนที่เป็นระเบียงนั่งหน้าบ้าน ก็เอาไว้นั่งเล่นรับลมเย็นๆ โดยบ้านหลังนี้กะเอาไว้อยู่คนเดียว บ้านจึงมีขนาดไม่ใหญ่มากครับ ขนาด 1 ห้องนอน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ชิ้นเล็กๆ ครับ นั่นก็คือเศษไม้น่ะครับ

ข้างบ้านก็ได้ก่ออิฐแดงขึ้นมาเปลือยๆครับ ส่วนนี้ตั้งใจว่าจะเอามอสไปแปะไว้ ทำสวน ปลูกเฟิร์นและ มอส ในอนาคตครับ

ถ้าหากพูดถึงบรรยากาศตอนกลางคืน นั้น เงียบสงบ หน้าหนาวหนาวมากๆ

 

ส่วนนี้ เราช่วยกันจัดสวนเองครับ นับเป็นกิจกรรมครอบครัวช่วยกันทำ คิดซะว่า บ้านของเราเอง ซึ่งการทำเองก็รู้สึกว่าจะประหยัดงบไปได้เยอะเลยครับ ปล.บ้านหลังนี้ลงมือทำเองทั้งหมดไม่มีการจ้างเลยครับ

ตรงที่เป็นประตูห้องน้ำ เจ้าของบ้าน และ เจ้าของกระทู้ ก็ทำการติดสติกเกอร์เองเลยครับ ซึ่งบางอย่างเราอย่าไปกลัวว่าทำไม่ได้ครับ หากลองทำดูแล้วมันออกมาสำเร็จ เราก็จะภาคภูมิใจ ที่ว่ามันมา จากสิ่งที่ทำเองครับ

ประตูห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

และสำหรับ ตรงที่เป็นพื้นของห้องน้ำนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

  1. ในส่วนที่อยู่ใต้ชายคาสูงๆ ก็เอาไว้ติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์ครับ
  2. ในส่วนก็เป็นส่วนเปียกครับทำต่างระดับ แล้วก็เอาหินมาปู พร้อมกับนำหินแผ่นมาวางรองยืนอาบนำ้ครับ

โดยถ้าคุณมองจากตรงระเบียงบ้านลงมาเห็นสวนเล็กๆ ฝีมือแม่ และเอามอสมาแปะติดกับดินเหนียวไว้รอวันเติบโต

และก็เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วครับ สำหรับบ้านหลังน้อยของผม

 

 

 

ส่วนภาพนี้ เป็นภาพของห้องน้ำจะชัดกว่าครับ โล่งดีนะครับ

ส่วนของพื้น นั้นเป็นฝีมือคุณแม่ลงเครือบเองเลยครับ ทำไป 5 รอบ พื้นขึ้นเงามากครับ และที่เห็นเป็น 2 สีคือไม้คนละชนิดครับ ผมไม่อยากย้อมสี เพราะว่าอยากให้เห็นลายไม้ธรรมชาติ ครับ

ส่วนนี้เป็นฝีมือของคุณพ่อครับ ดั้นด้นหาเศษไม้มาทำจนครบ  ตรงส่วนของชายคาใช้เป็นไม้เฌอร่าครับ เพื่อกันแดดฝน

ก็เสร็จเรียบร้อยไปแล้วครับ ตรงส่วนที่เป้นรั้วไทรเกาหลีนั้น อันนี้ปลูกไว้นานแล้วครับตั้งแต่ต้นเล็กๆ 2ปีน่าจะได้

ซึ่งต้นไม้ก็โตเร็วครับ จะมีร่มตอนกลางวันไม่ร้อน นอนพักเปิดพัดลมสบายๆๆใต้ถุนบ้าน

 

โครงการขายบ้าน บ้านพฤกษานารา หนองมน ชลบุรี 2

กลับมาอีกครั้งกับความสุขที่คุณสัมผัสได้นับแต่ก้าวเข้าสู่โครงการขายบ้าน สังคมระดับพรีเมี่ยม หรูหรา สะท้อนการใช้ชีวิตอย่างมีระดับ ที่ผสมผสานระหว่างการอยู่อาศัยและธรรมชาติอย่างลงตัว สไตล์ Modern Tropical ที่นี่

และสำหรับความสุนทรีย์นั้นอยู่ใกล้ตัวคุณเสมอ เพราะภายในแวดล้อมด้วยบรรยากาศสดชื่นของส่วนกลางขนาดใหญ่รื่นรมย์ ด้วยร่มเงาของไม้ใหญ่ และพันธุ์ไม้เมืองร้อนที่สวยงาม ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วยกล้อง CCTV และระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Guard Scan ทั่วโครงการเพื่อคุณจะอุ่นใจได้ว่าที่นี่คือ สังคมคุณภาพอย่างแท้จริง

 

  1. – เดินทางสะดวก เข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขุมวิท และมอเตอร์เวย์
  2. – ใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชลบุรี,โลตัส,บิ๊กซี
  3. – ตลาดหนองมน
  4. – สวนสาธารณะ
  5. – ระบบรักษาความปลอดภัย
  6. – กล้องวงจรปิด
  7. – คีย์การ์ด

(แจก)แบบบ้านทรงใต้ถุน ราคาสร้างไม่เกิน 1 ล้าน

(แจก)แบบบ้านทรงใต้ถุน ราคาสร้างไม่เกิน 1 ล้าน

ถ้าหากจะพูดถึง บ้านทรงใต้ถุนสูง หลายๆคนก็คงจะทราบว่า บ้านทรงสูง มีข้อดี คือ อากาศโล่ง ปลอดโปร่ง ทั้งอากาศก็ยังถ่ายเทได้สะดวกอีกด้วย และสำหรับในประเทศไทย บ้านทรงใต้ถุนสูง ก็จะดูว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่า บ้านที่ต่างจังหวัดหลายๆแห่ง ก็นิยมสร้างเป็นทรงใต้ถุนสูงกันเกือบทุกบ้าน

แต่ว่าสำหรับในต่างประเทศใครจะคิดว่า เขาก็จะสร้างบ้านหรือคอนโดสไตล์แบบนี้เหมือนกัน พูดมาเยอะแล้ว ถ้าอย่างนั้น ลองไปดูบ้านตัวอย่าง ทรงใต้ถุนสูง จากประเทศออสเตรเลียกันเลยดีกว่า ว่าเมื่อออกแบบมาแล้วจะสวยและกะทัดรัดในการใช้ชีวิตเหมือนอย่างของไทยไหม บ้านมีขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ

ซึ่งตัวบ้านด้านนอก นั้นถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวล้วน บวกกับการออกแบบเป็นรูปทรงคลาสสิค และบริเวณโดยรอบ นั้นก็จัดเป็นสวนที่มีสนามหญ้า พร้อมทั้งตกแต่งด้วยหินบนทางเดิน ซึ่งทางเข้านั้นจะอยู่ที่ชั้นบน ดังนั้นจึงมีบันไดไว้ที่ส่วนภายนอก โดยชั้นใต้ถุนเป็นโรงเก็บรถส่วนตัว

และส่วนภายใน ก็ทำการตกแต่งประดับประดาอย่างเรียบง่ายกะทัดรัด สำหรับโทนสีของพื้นหลังนั้นเป็นสีขาว ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อให้บ้านหลังเล็ก ดูกว้างขวางขึ้น ปูพื้นด้วยไม้ และเฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมอลถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัว ดูทันสมัย เป็นส่วนตัว แต่ไม่อึดอัด ลองนำไปใช้ตกแต่งคอนโดมิเนียมก็เก๋ไปอีกแบบนะ

 

ตรงโซนของครัว ก็ถูกออกแบบมาให้เหมาะและสะดวกต่อการใช้งานในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดอ่างล้างน้ำ หรือส่วนปรุงอาหาร ที่ได้รวมมาไว้ใกล้ๆ กัน เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

 

 

ซึ่งตรงระเบียงก็ได้ถูกออกแบบมาแบบร่มรื่น เพื่อให้เป็นมุมรับประทานอาหารของครอบครัว ทั้งยังติดฝาบังตาบ้านที่เป็นรู เพื่อให้ลมผ่าน ทั้งยังช่วยบังสายตาจากภายนอกด้วย

 

 

 

 

 

และถ้าหากว่าเรา ดูจากแบบแปลนซื้อขายบ้านแล้ว บ้านหลังนี้ก็น่าจะมีขนาดพื้นที่อยู่ที่ 60 ตารางเมตร ซึ่งถ้าหากก่อสร้างตามแบบแปลน งบประมาณก่อสร้างก็น่าจะตกอยู่ที่ราว 900000 – 1000000 บาทโดยประมาณ (ราคานี้ไม่รวมตกแต่ง) ถ้ายังไงลองรับชมภาพสวยๆ และแบบแปลนกันดูครับ ท่านอาจจะปิ๊งไอเดียเจ๋งๆก็ได้นะ

ตั้ง 10 คำถาม ที่คุณจะต้องตอบให้ได้ ก่อนจะซื้อของมาแต่งบ้าน

ตั้ง 10 คำถาม ที่คุณจะต้องตอบให้ได้ ก่อนจะซื้อของมาแต่งบ้าน

1

ซึ่งไม่ว่าคุณนั้นจะพักอาศัยอยู่ที่บ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม หรือโฮมออฟฟิศ ก็ตาม คุณนั้นคงรู้สึกอยากจะตกแต่งพื้นที่โล่งๆ ห้องหับต่างๆ อย่างที่ตนเองต้องการ แต่ว่าการที่จะตัดสินใจซื้อขายบ้านใหม่ หรือของตกแต่งบ้านนั้น ก็อยากให้คุณลองไตรตรองและพิจารณา ด้วยเหตุผลต่างๆ ให้ถี่ถ้วนโดยดีเสียก่อน และในวันนี้เราก็ได้รวบรวมรายละเอียดมาให้เป็นจำนวน 10 ข้อ ดังนั้นหากคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ก็จะตัดสินใจได้ว่า ต้องการซื้อของแต่งบ้านนั้นหรือไม่

ข้อที่ 1. คุณรักมันจริงๆ หรือเปล่า ซึ่งข้อนี้น่าจะเป็นคำถามสำคัญแรก ประการแรกเลยก็ว่าได้สำหรับการตัดสินใจจะซื้อของตกแต่งบ้าน หรือ คอนโด นั้น การที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์มาสักชิ้นนึง คุณก็ควรที่จะถามตัวเองให้ได้เสียก่อนว่าคุณรักมันจริงๆ ใช่ไหม เพราะถ้าเสียงในหัวของคุณตอบว่า มันใช่ คุณก็ตัดสินใจซื้อเลย และ ยิ่งถ้ามันลดราคาลงด้วยแล้วล่ะก็คุณจะรู้สึกว่าประหยัดเงินไปได้อีกเยอะเลยล่ะ

ข้อที่ 2. ของที่คุณซื้อมาจะวางมันไว้ที่ไหนดี และถ้าหากว่าคุณไม่มีพื้นที่สำหรับวางหรือจัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น ขอแนะนำว่า อย่าซื้อมาดีกว่า เพราะถึงแม้ว่าคุณจะชอบมันมากแค่ไหนก็ตาม แต่หากซื้อมาแล้วไม่มีตำแหน่งตกแต่งหรือจัดวาง ก็เท่ากับซื้อมาเสียเปล่า ทั้งยังต้องเสียเงินไปฟรีๆอีกด้วย

2

ข้อที่ 3. ดูและสังเกตุเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นว่า มันเข้ากัน หรือ ช่วยเสริมของที่มีอยู่ได้หรือเปล่า เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่คุณชอบของชิ้นนั้นและมีพื้นที่ให้กับมัน นั่นจึงจะเป็นเรื่องง่ายที่คุณจะตัดสินใจซื้อ แต่ว่าเดี๋ยวก่อน ของชิ้นที่ซื้อมา มันเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่คุณมีอยู่เดิมหรือไม่? หรือเมื่อคุณซื้อไปแล้วมันมาช่วยเสริมให้ของที่มีอยู่เดิมดูดีขึ้น หรือดูแย่ลงหรือเปล่า ดังนั้นคุณต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นว่าของชิ้นที่คุณซื้อมาใหม่ นั้นทำให้บรรยากาศของบ้านแย่ลง

ข้อที่ 4. ไตร่ตรองดูก่อนว่าสิ่งของชิ้นนี้เรามีอยู่แล้วหรือไม่ และเราสามารถใช้อย่างอื่นทดแทนกันได้ไหม แต่ว่า…มันก็จะดีกว่า ถ้าหากคุณใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วนำมาปรับปรุงหรือเปลี่ยนสภาพให้มันน่าใช้งานมากขึ้น เช่นการซ่อมแซมจุดที่เสียหาย ทาสีใหม่ ตกแต่งเพิ่มเติม หรืออะไรก็ตาม ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อให้คิดให้มากๆเข้าไว้ เพราะการทำของชิ้นเดิมให้ดูใหม่โดยไม่ต้องซื้อมันเวิร์คกว่าแถมประหยัดด้วย

ข้อที่ 5. ดูในเรื่องของราคาว่าคุณสามารถจ่ายได้ไหมหรือแพงเกินไปไหม ข้อนี้เป็นข้อสำคัญเช่นกัน แต่ว่าทำไมมันถึงไม่ถูกตั้งให้เป็นคำถามแรกที่คุณต้องตอบ เพราะว่าถึงอย่างไรก็ตามหากคุณตอบคำถาม 4 ข้อที่ผ่านมาได้หมด มันก็จะนำคุณมาสู่คำถามนี้ซึ่ง น่าจะเป็นคำถามระหว่างของที่จะซื้อกับเงินในกระเป๋าของคุณ และอยู่ที่ว่าคุณจะสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อของชิ้นนี้มาได้หรือไม่ โดยเราก็อยากจะขอแนะนำว่าหากถ้ามันแพงเกินไป คุณก็ควรที่จะประหยัดมากกว่า และไม่ควรซื้อด้วยการผ่อนเพราะมันจะเป็นการสร้างความปวดหัว และ ทำให้คุณนอนไม่หลับกับภาระหนี้ในเรื่องการซื้อเฟอร์นิเจอร์

ข้อที่ 6. ราคาจ่ายได้แต่คุณก็ตัดใจจากมันได้ใช่ไหม เพราะถ้าว่าคุณเจอของที่คุณอยากได้ และ ดูแล้วมันก็เป็นของหายาก ก็อยากให้คุณย้อนกลับไปอ่านข้อ 5 ว่าถ้าคุณสามารถจ่ายได้คุณก็ตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าคุณไม่สามารถจ่ายได้คุณก็อาจจะต้องตัดใจ แต่เราอยากแนะนำว่าอย่าทำแบบนี้จนเป็นนิสัยหรือความเคยชิน เพราะว่าคุณอาจจ่ายเงินซื้อของแล้วเอามาทิ้งไว้เฉยๆ ก็ได้

3

ข้อที่ 7. สิ่งของชิ้นนั้นสามารถเปลี่ยนคืนได้หรือไหม เมื่อของที่คุณได้ตัดสินใจซื้อมาแล้ว คุณก็ต้องเช็คและสอบถามจากพนักงานว่าคุณนั้นสามารถเปลี่ยนคืนสินค้าได้หรือเปล่า หากพบข้อบกพร่องหรือเกิดการชำรุด หรือแม้แต่คุณรู้สึกไม่พอใจหลังจากการใช้งาน

ข้อที่ 8. เวลาหลังจากผ่านไป 5 ปี คุณต้องถามตัวเองว่าจะยังรักและชอบมันอยู่ไหม ซึ่งของทุกชิ้นอาจจะมีอายุการใช้งานของมัน รวมถึงอาจมีสไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ดังนั้น เฟอร์นิเจอร์ที่คุณซื้อ คุณก็ควรมั่นใจว่ามันจะอยู่ในบ้านคุณได้แบบนานๆ และไม่ทำให้บ้านคุณเชย ถ้าหากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนที่มีอายุการใช้งานได้นานแถมยังไม่ทำให้บ้านคุณเชย แม้ว่ามันจะมีราคาสูงแต่ก็ถือว่าคุ้ม

ข้อที่ 9. สิ่งของที่ซื้อมานั้นมีข้อควรจำหรืออะไรที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น หรือ สิ่งของบางอย่างก็ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้งานสูง เมื่อเวลาจนั่งต้องระมัดระวัง ห้ามวางของร้อนไว้ใกล้ๆ ห้ามทำน้ำหกใส่ เพราะว่ามันจะทำให้ผิววัสดุเสียหาย ซึ่งหากเฟอร์นิเจอร์ของคุณเข้าข่ายแบบนี้ เราไม่แนะนำให้คุณซื้อเพราะมันจะเพิ่มความปวดหัวให้กับคุณ เนื่องจากคุณจะต้องเอาใจใส่และดูแลมันเป็นพิเศษ

ข้อที่ 10. ค้นหาหรือดูว่ามีที่ไหนที่ให้ราคาถูกกว่านี้ไหม และ เพราะถ้าหากคุณสามารถหาซื้อได้ บางทีนั่นคุณอาจจะไปเดินเลือกซื้อและเจอของชิ้นที่ถูกใจจากร้านๆ เดียว แต่คุณควรสำรวจว่ามีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ที่ร้านใดที่มีราคาย่อมเยากว่านั้นไหมก่อนจะตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายเงิน

และสำหรับ 10 คำถามที่ต้องการคำตอบจากคุณ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อของแต่งบ้านลองตอบคำถามเหล่านี้เล่นๆ กันก่อนก็ได้

ที่มา: http://home.sanook.com/5213/

บ้านพฤกษา 75 เพชรเกษม-ยอแซฟฯ

ที่มา: PruksaFamilyClub

สร้างบ้าน 2 ชั้น ตกแต่งบ้าน(สวยหรู) บนเนื้อที่ถึง 190 ตร.ม

สร้างบ้าน 2 ชั้น ตกแต่งบ้าน(สวยหรู) บนเนื้อที่ถึง 190 ตร.ม

 

ปัจจุบันนี้ หลายท่านคงใฝ่ฝันอยากที่จะมี รถ มีคอนโด มีบ้าน แต่ก็ยังหา คอนโดมิเนียม,แบบบ้าน หรือ ทำเลที่ปลูกบ้านแบบที่ถูกใจไม่ได้ซักกะที

วันนี้ blog ตกแต่งสวนและคอนโด จะขอมานำเสนอ รีวิว การปลูกบ้านบนเนื้อที่ถึง 190 ตารางเมตร ด้วยราคาสร้างบ้านถึง 2.5 ล้านบาท มาลองดูกันว่าจะออกมาสวยขนาดไหน รวมถึงการออกแบบภายในจะโดนใจท่านผู้อ่านกันไหม ไปชมกันเลย

Hi ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีชาวพันทิปทุกท่านนะคะ ซึ่งตั้งแต่แม่ของดิฉัน ได้มีแพลนว่าจะสร้างบ้าน ฉันก็ได้อาศัยห้องชายคานี้พักพิงเป็นส่วนใหญ่ หลังจากที่เข้าไปดูกระทู้รีวิวโน้นนี้ตลอด จนได้แบบบ้านสำเร็จออกมา ก็ได้ฤกษ์เข้าอยู่ไปแล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา

และหลายๆ ไอเดีย ก็ได้มาจากเว็ปพันทิปนี่แหล่ะ ก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาเข้ามารีวิวให้ดูกันด้วยนะคะ

ซึ่งการก่อสร้างบ้านหลังนี้ คุณแม่ เป็นคนควบคุม ดูแลและจัดการเกือบทั้งหมดเลย โดยที่เราได้ขอเป็นคนออกแบบในห้องน้ำ รวมถึงในห้องนอนด้วย เพราะว่าต้องประสงค์ได้แบบที่ชอบ พร้อมทั้งก็ยังโชคดีผู้รับเหมาที่โอเคมากๆ ทำเป็นคุยกันได้ตลอดเวลา ซึ่งถ้ามีอะไรไม่ถูกใจก็ให้ช่างแก้ไขให้ได้ เพราะรวมแล้วโอเค

แต่ว่า..ก็จักมีงานที่ไม่ถูกใจบ้างบางจุด แต่ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้อยู่ ก็เลยไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งส่วนใหญ่ตามใจผู้รับเหมาเลยค่ะ ส่วนแบบบ้านก็เอามาจากผู้รับเหมา ซึ่งเขาได้ออกแบบเอง พร้อมกับเรากับแม่ก็ไม่ค่อยว่างที่จะออกแบบเท่าไหร่ ก็เลยตามใจช่างเลย

แต่ว่า การเลือก

  • สรรหากระเบื้อง
  • สีทาบ้าน
  • ห้องน้ำ
  • สุขภัณฑ์
  • ไฟ
  • ประตู
  • ฯลฯ

เราก็ช่วยกันดู ช่วยกันเลือกค่ะ ซึ่งตอนบ้านยังไม่เสร็จก็ไปโฮมโปรตลอด จนกระทั่งพนักงานจำหน้าได้เลยทีเดียวล่ะ

 

ช่วงก่อนหน้านั้นเรากับแม่ได้อาศัยอยู่ทาวน์เฮ้าส์มาเกือบสิบกว่าปี แต่ว่าช่วง 10 ปีมานี้ น้องๆ และแม่มาปลูกบ้านอยู่ในพื้นที่ของตาและยาย ที่อยู่ใกล้ๆ กันหลายคนเลยล่ะ ดังนั้นแม่ก็เลยเกิดความรู้สึกอยากปลูกบ้านบ้าง ประกอบกับช่วงเรายังเด็ก ก็อยู่บ้านที่มีบริเวณจึงอยากได้บ้านเดี่ยว และนั่นจึงเป็นตัวช่วยกระตุ้นแม่ให้มาปลูกบ้านที่นี่

ในตอนแรกเราอยากได้บ้านชั้นเดียวก็พอ ประมาณในรูปแหล่ะค่ะ

แต่แม่เห็นว่าไหนๆ ก็สร้างแล้วก็เอาบ้านสองชั้นไปเลยทีเดียว ซึ่งฉันยังไงก็ได้แต่ตามใจคุณแม่ เพราะว่าว่านางออกเงิน จบ ก็เลยกลายมาเป็นบ้านสองชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องเก็บเสื้อผ้า พร้อมกับห้องเก็บของเล็กๆ

บ้านบุกเบิกลงเสาเอก ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2556

 

ซึ่งช่วงนั้น ฝนตกก็ตกลงมาเยอะมาก และเราก็เลยไม่ได้ทำหลังคาบ้าน โดยประกอบกับหลังคาของก็ยังไม่มา เราจึงต้องก่ออิฐ และ ยังต้องฉาบปูนรอบๆ บ้านเรียบร้อยก่อนมีหลังคา

 

จากนั้นก็เริ่มปูหลังคา โดยใช้กระเบื้องหลังคาสีประกายโกเมน

 

ซึ่งหากว่าเรามีหลังคาแล้ว ทุกอย่างนั้นก็จะทำได้ไวขึ้นอีก ซึ่งเราจึงเริ่มทำฝ้าเพดาน ติดฝ้าหลุมทั้งห้องรับแขก ส่วนของห้องนอนทุกห้อง ในตอนแรกที่เห็นคิดในใจ ฝ้าหลุมจะเยอะไปคะ

 

สำหรับเสา แต่ละต้นจะติดด้วยหินกาบสีแดง

ส่วนที่เป็นงานฉาบ ปูน หลังจากที่ทำตัวบ้านเสร็จเรียบร้อย เราก็ได้จัดการเริ่มทาสีและปูกระเบื้อง สำหรับสี ต้องเลือกกันนานทีเดียวกว่าจะได้ลงตัว เรียได้ว่าเกือบจะทะเลาะกันเลยก็ว่าได้ เพราะว่าที่ตกลงกันไว้ว่าจะเลือกอะไรก็ตาม ต้องยินยอมพร้อมใจกัน

ในตอนแรกแม่ดิฉันก็จะให้ดิฉันเลือกสี แต่ไปๆ มาๆ นางก็ไม่ชอบสีที่ดิฉันเลือก จนสุดท้ายก็ต้องพบกันคนละครึ่งทางจบที่สีชมพูเบา ๆ แต่ว่านางก็ยังบ่นๆ นิดๆ ว่าสีมันอ่อนไป

และสำหรับช่วงเวลาที่ ทำนานที่สุดในการทำบ้านหลังนี้คือ การปูกระเบื้อง เพราะตอนนั้นช่างรับเหมามีงานเร่งที่อื่น ก็เลยทำให้ช่างมาทำที่บ้านเราน้อย และต้องมาทำตอนกลางคืนด้วย

ซึ่งโดยส่วนตัว เป็นคนที่ชอบสีโทนอ่อนอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาเลือกแผ่นกระเบื้อง ก็เลยเลือกออกมาโทนอ่อน บ้านทั้งหลัง เพียงแต่ว่า เมื่อเราเข้ามาอยู่แล้ว ก็เริ่มที่จะเสียดาย เพราะคิดว่าน่าจะทาข้างล่างเป็นสีเข้มๆ เพราะว่ามันทำความสะอาดยากทีเดียว เวลาสิ่งสกปรกจะเข้าไปในยาแนวทำให้สกปรกง่าย

มาดูกระเบื้องห้องครัวกันซักหน่อย

ดูรูปกระเบื้องในห้องน้ำ พร้อมกับสุขภัณฑ์ ที่ซื้อมาจากโฮมโปรทั้งหมดค่ะ ห้องน้ำแคบไปหน่อย

นี่เป็นรูปห้องน้ำชั้นล่าง

 

 

 

ขอเชิญมาขึ้นบ้านใหม่กันค่ะ

 

 

ตรงชั้นล่างก็สวยนะคะ

 

 

 

โซนของห้องรับแขก

 

มุมของโต๊ะที่ใช้รับประทานอาหาร เดิมทีตั้งใจที่จะซื้อมาไว้ใช้ในห้องนอน แต่..ว่าพอซื้อไปซื้อมา ก็เริ่มรู้สึกว่าห้องนอนเราเริ่มเยอะไปล่ะ

ดังนั้นเลยเอามาติดไว้ที่ข้างล่างแทน

 

 

ตรงนี้เป็นในห้องครัวค่ะ

 

 

 

แถมยังมีมุมทานข้าวเล็กๆ เหมือนในคอนโด ด้วยนะ

 

รูปภายในนี้อาจจะเป็นจุดที่ๆ เราใช้นอน ช่วงกลางวัน เพราะว่ามันเย็นมากในช่วงกลางวัน เลยนอนที่นี่เป็นส่วนมาก

เราบอกแม่ว่าเห็นมั้ย ปลูกบ้านสองชั้นก็อยู่แต่ ที่ชั้นล่าง

 

นี่เป็นห้องน้ำชั้นล่างค่ะ

 

 

 
 

ในส่วน ที่เห็นนี้เป็นโซนห้องน้ำ ที่จะแต่งเป็นโทนสีฟ้าขาวหรือเทา ซึ่งในตอนแรกเราก็จะมีกระเบื้องฟ้ามาตัด แต่ว่าวันที่ช่างเขาไปเอาของ ของดันหมด โอเคค่ะ ขาวหมด เลยก็ได้ค่ะ

 

 

ถ้าอย่างนั้นเชิญขึ้นชั้น 2 บ้างเลยค่ะ

 

 

เพื่อการนี้ ภายในมุมนี้เราก็ได้ใช้ ไว้เพื่อเอนกายอ่านนิยาย ส่วนกรอบรูปก็อยากที่จะได้แบบนี้มานานมากแล้ว และก็ได้ลองใช้กาวสองหน้าของ 3M แบบบางๆ ที่มีแรงยึดติดสูง ทำให้ติดดีมากๆ ค่ะ

พร้อมกับตรงที่เป็นโคมไฟติดตรงบนบันไดนั้น ก็ซื้อมาที่โฮมโปร

นี่เป็นส่วนของห้องนอนใหญ่นะคะ จะตกแต่งห้องแบบนี้ในคอนโดก็ได้นะค๊ะ

 

 

นี่เป็นในห้องนอนของเรานะ

 

 

 

 

 

ตรงส่วน ที่เป็นห้องเก็บเสื้อผ้าของบ้าน และตรงอีกมุมหนึ่งก็วางพระพุทธรูปไว้ค่ะ

 

 

 

 

 

ในส่วนของข้างหลังบ้าน

 

พาชมรอบๆ บ้านสักหน่อย

หากว่างั้นเรามาจบท้ายด้วยภาพดอกไม้สวยๆรอบๆ บ้านกันเลย

 

ที่มา: คนที่รอ >_<

หากท่านใดที่สนใจ อยากชมโครงการขายบ้าน ขายบ้านใหม่ ราคาไม่แพงมาก คลิ๊กดูได้เลยครับ http://www.pruksa.com/

เปลี่ยนแฟลตข้าราชการ ให้เป็นเหมือนคอนโดหรู งบแค่ 30000 กว่าบาท

สำหรับความคิดของคนส่วนมาก มักจักมีความคิดว่า โครงการบ้านหลวง นั้นมีไว้เพื่ออยู่กันแบบ กันตาย ใช้เป็นที่ซุกหัวนอน กับอย่าไปทำอะไรก่ายกอง แต่ว่าเรากลับคิดต่างนะคะ

ซึ่งความคิดเราก็คิดว่าในชีวิตของคนเรานั้น ขอแค่ กินดี อยู่ในที่ดีๆ จากนั้นก็จักส่งผลให้สุขภาพ กายกับใจดี มีผลต่อการดำเนินชีวิต

เคยมีความรู้สึก แบบว่าเคยไปหาเพื่อนที่ คอนโด บางห้อง หรือไม่บ้านพักที่ ในห้องอุดอู้มากๆ ทั้งอับเลอะเทอะ แถมเวลาทำกับข้าว ตรงผนังห้องก็มีแต่คราบควันจากการทำอาหาร ทั้งมีเชื้อราเป็นหย่อมๆ แบบนี้ก็ยังอยู่กันได้เนอะ พร้อมด้วยไม่คิดจักทำไรให้ชีวิตดีขึ้นกันเลย เราคิดว่าถ้าเราอยู่ในที่ที่มันไม่ดี แล้วคุณภาพชีวิตมันจักดีได้อย่างไร ว่าไหมคะ…

กับฉันเพิ่งได้มีโอกาส เข้ามาอยู่ห้องชุดด้วยอยู่อาศัยของข้าราชการ เพราะว่าที่ได้ห้องริมด้านหน้าของอาคาร ความรู้สึกเข้าไปดูตอนแรกก็รู้สึกว่าโอ้ มันช่างเริ่ดอ่ะลักษณะคล้ายคอนโดมิเนียม มีจำนวน 1 ห้องรับแขก 1 ห้องนอน พร้อมกับ 1 ห้องน้ำ คราวเราเดินเข้าไปเดินดูสภาพบ้านในตอนแรก ก่อนเข้ามาอยู่ ซึ่งมีน้องๆ พามาดู ห้องกว้าง,โล่ง,ปลอดโปร่งสบาย

งั้นเราเข้ามาดูกันต่อเลยดีกว่า ตรงนี้เป็นห้องนอน ซึ่งคนที่อยู่เก่าเค้าเป็นผู้ชาย ท่าทางจะเป็นแฟนแมนยู ตัวสุทธิทั่วทุกจุดของห้องมีแต่รูปนักฟุตบอล พร้อมกับก็ยังมีรูปพระอีกด้วย

จนถึงเราได้ปลงใจว่าจักเข้ามาอยู่ชัวร์ๆ ก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงเลย ฉันจัดการเปลี่ยนสีห้องซะหน่อย เพราะได้ไปผสมสีที่ โฮมโปร เระบือกๆ จิ้มๆ แล้วก็มาช่วยกันละเลงทาสีกับแฟน ( เสียดายตังค่าช่างทาสี ฮ่าๆ )

พร้อมทั้งภายหลังที่เราได้ทาสีห้องรับแขก ก็ได้จัดการทาสีห้องนอนต่อ ซึ่งตอนแรกเราเเลื่องกสีออกมาสีเขียว แต่พอทาไปเป็นแน่แท้ๆ กลับกลายเป็นเขียวสะท้อนแสงซะงั้น โอ๊ยๆๆ ลมแทบจะจับ ตอนแรกก็นึกว่านอนอยู่ในร้านขายหม้อน้ำ เพราะว่าสีเหมือนน้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำเลยอ่ะ

ซึ่งเรา นั้นก็มุ่งหมายจักเปลี่ยน และคุณแฟนก็วีน เพราะว่าสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยน เพราะว่าไม่ไหวแท้ๆ ต้องขอเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวอันนี้แทน พร้อมทั้งจัดการซื้อที่นอนพร้อมกับฐานรองมาด้วย

ในส่วนของงานสี เท่าที่ทาเสร็จ งานถัดจากนั้นก็งานม่าน ,งานไฟ ,งานเฟอร์นิเจอร์ เราก็ต้องมา จัดการงานไปตามใจปรารถนา ซึ่งครั้นเมื่อเสร็จออกมาคอนโด ใช่ไหมบ้านหน้าตาก็ออกมาเกือบๆนี้ มันอาจจะไม่สวยหรูสักเท่าไร เพราะว่าว่างบหมายจำกัดมาก เพื่อเงินเดือนข้าราชการอันน้อยนิด แต่ว่าแค่นี้เพื่อนๆ ในแฟลตก็ชื่นชมกันน่าดูแล้ว ฮ่าๆๆ

เหมือนซื้อขายบ้านพร้อมอยู่เลยล่ะ

ตราบห้องของเรา มันดูโล่ง ก็เลยจัดการติด wall stricker ด้วยกันติดไป โดยด่วน ซึ่งงานนี้ ฟรุ้งฟริ้ง มรุ้งมริ้งเลย

หลายๆ คนสงสัยว่า บ้านพักข้าราชการมันตกแต่งเพิ่มเติมได้เหรอ?

ขอตอบ..ทำได้สิคะ ซึ่งตอนแรก ห้องของเรามีแต่รอยกาวสองหน้าทั้งห้อง พร้อมทั้งมีรูเจาะ แยะมาก ทั้งยังมีรอยมือด้วยกันรอยเท้าคนเก่าอยู่เต็มห้องไปหมดเลย

ซึ่งถ้าถ้าหากไม่ทาสีใหม่ ก็ได้ แต่เพราะเราคิดว่า ถ้าสมมุติจะอยู่ทั้งทีก็ขอให้มันมีคุณภาพชีวิตที่ดีสักหน่อย
แล้ว ที่บอกว่า การตกแต่ง เหรอทาสีใหม่ ทำได้ไหม ก็ขอตอบเลยว่าได้สิคะ พร้อมกับทำจากงบส่วนตัว ไม่ได้เบียดบังงบประมาณการหลวงมาทำนี่คะ ส่วนเราก็เหฟุ้งเฟื่องอายุราชการอีกตั้ง 20 ปี ด้วยกันก็คงไม่คิดจะเลื่อนไปไหนแล้ว ก็เพราะว่าว่าบ้านอยู่ที่นี่ สรุปก็คือ จะอยู่จนกว่าจะเกษียณไปเลยค่ะ

พร้อมกับฉัน ก็คิดด้วยว่า ชีวิตของการเป็นข้าราชการ ถ้าสมมติเราไม่เปลี่ยนไม่ก็พัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเองซะก่อน แล้วจักไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนอื่นได้อย่างไร 555 ขำๆ นะคะ รูปนี้ยังรกอยู่เลยค่ะ พร้อมกับก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง

เราได้เพิ่มโคมไฟ ตรงหัวเตียง เพื่อให้ห้องดูอบอุ่น

เพราะว่างานในส่วนของผ้าม่านก็จัดการ DIY เองเลยค่ะ ก็หมดงบเกือบไป 1300 บาท ( จะมีขาม่าน ราง ผ้าหนา ผ้าม่านโปร่งด้วย )

ในส่วนของมุมนี้ ยังไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ แต่ว่าก็เกริ่นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

ตรงนี้เป็นโซนแต่งหน้าค่ะ

เวลาจะดูทีวีก็มานั่งรวมกันตรงนี้เลยค่ะ

พร้อมทั้งด้านหลังห้องของเรา ได้ปลูกต้นโมก เพื่อให้มีกลิ่นหอมเย็น หอมชื่นใจของดอกโมกเอาไว้ ดับความร้อน

ส่วนตรงนี้ เป็นผลงานของคนที่อยู่คนเก่า ซึ่งเจาะรู เหตุเพราะปูนกะเทาะ เราต้องมาซ่อมแซมให้ อันนี้งบคร่าวๆส่วนตัวล้วนๆ เลยค่ะ

ส่วนตรงประตู ถ้าดูผลงานจากการติดภาพนักฟุตบอล จะขัด อย่างไร ก็ไม่ออกสักที เฮ้อ

ตรงนี้ก็ติดนาฬิกา ซึ่งตอนแรกตรงผนังมีแต่รอยกาวสองหน้าแบบหนา ทั้งขูด ทั้งขัด ก็ยังออกบ้างไม่ออกบ้าง ดังนั้นจึงต้องทาสีผนังเข้าไปใหม่แล้วซื้อ Wall Stricker มาติดเพื่อไม่ให้เห็นรอยของกาวสองหน้า แต่ไม่ต้องกลัวนะคะเพราะ wall stricker พวกนี้ลอกออกง่ายไม่ทิ้งร่องรอย แน่นอนค่ะ ส่วนนาฬิกาก็เอามาแขวนปิดรูที่คนเก่าเค้าเจาะไว้ค่ะ

ส่วนภาพนี้ถ่ายจากด้านล่างขึ้นไปนะคะ ตรงนี้เป็นด้านหลังห้อง แต่ว่าเป็นด้านหน้าแฟลชคล้ายๆ คอนโดไหมล่ะคะ

 

มาดูกันอีกสักรูปดีกว่า

 

หลังจากนั้น เราก็จะมา ตกแต่งเพิ่มเติม ความสวยงามให้ในห้องนอนซักหน่อย

ส่วนเพราะด้วยตรงมุมนี้ก็คือ เป็นมุมด้วย รับประทานอาหาร ในครอบครัวกันนะคะ

สรุปค่าใช้จ่าย ของเราก็ไม่ได้ใช้งบมากมาย เกินไปนะคะ มีดังนี้ค่ะ

  1. ค่าสี 3 ถัง ค่า 600 บาท ค่าแรงฟรีๆๆ
  2. ค่าชั้นวางทีวี 1000 บาท ซื้อร้านขายเฟอร์ตอน Sale 70%
  3. ค่าทีวี LED 32 นิ้ว ราคา 6500 บาท
  4. ซื้อตู้เย็น มูลค่า 3000 บาท
  5. ซื้อผ้าม่านพร้อมราวติด 2 ห้อง ราคา 1300 บาท DIY
  6. ซื้อเตียงพร้อมฐานรอง มูลค่า 5900 บาท
  7. ซื้อกระจกแต่งหน้าพร้อมกับฐานรอง ค่า 800 บาท ซื้อจากโฮมโปรมาติดเอง
  8. ทำการติดแอร์ 12000 BTU ค่า 8000 บาท
  9. ซื้อโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ขาว,ดำ 4 ตัว มูลค่า 1400 บาท
  10. ซื้อกรอบรูปกับนาฬิกา สนนราคา 700 บาท
  11. ซื้อ wall stricker สนนราคา 100 บาท
  12. เสียค่าช่างมาเดินไฟ ค่า 300 บาท
  13. แซนทีเรีย ค่า 1350 บาท ซื้อจาก Index
  14. ซื้อหมอนพร้อมกับหมอนข้าง ราคา 1200 บาท
  15. ทำการติดจานดาวเทียมพร้อมกล่อง GMM มูลค่า 1850 บาท
  16. ซื้อสายไฟ,ปลั๊กกับหลอดไฟ ราคา 900 บาท
  17. ค่าซื้อของกระจุ๊กกระจิ๊ก มูลค่า 500 บาท

ซึ่งจะสรุปยอดรวมค่าใช้จ่าย  35400 บาท แต่ว่าอย่าลืมว่าของส่วนใหญ่ถ้าเราเขยิบออกไป แล้วหาทำเลซื้อขายบ้านใหม่ เราเอากลับไปได้ก็เพราะว่ามันเป็นสมบัติของเรานะค่ะ

แต่ว่า.. เป็นแน่แท้ๆ แล้วงบขนาดนี้ด้วยว่าการดำรงชีวิตจนกว่าเกษียณอีก 20 ปี มันก็เกินคุ้มนะคะ เพราะสุดท้าย แอร์ ทีวี ตู้เย็น โต๊ะ เราก็ต้องย้ายถิ่นเอากลับไปอยู่ดี ส่วนสิ่งที่เราเอากลับไปไม่ได้คือสีห้องอย่างเดียว ค่าแค่ 600 บาท พร้อมด้วยตอนออกอาจจักต้องซื้อสีเดิมมาทาทับ ซึ่งถังนึงก็มูลค่าไม่กี่ร้อยบาทเอง ค่ะ

ที่มา: อพันตรี

มองหาคอนโดมิเนียม คอนโด ค่าถูก ดูเลย http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม