จัดสวนค่าถูก ทำได้เอง ในราคาแค่ 10,000 บาท

จัดสวนค่าถูก ทำได้เอง ในราคาแค่ 10,000 บาท

 

คอนโด

สืบสัมพันธ์มาจากในสวนหน้าบ้านที่ผมอยู่มันโทรมมากแล้ว ซึ่งตั้งแต่ทางโครงการให้มาก็เป็นระยะเวลาเกือบๆ 5 ปี

กับระหว่าง ปีที่ 1 – 5 ปีนั้น ผมก็ต้องสิ้นเปเล่าลืองไปกับการซื้อต้นไม้หลายพันบาทเหมือนกัน ก็เพราะว่าว่าจักต้องคอยซื้อต้นไม้ใหม่มาเสริมต้นไม้ที่ตายไปบ้าง พร้อมทั้งต้นไม้ที่สวยๆ ที่ต้องใจก็เอามาปลูกเพิ่ม

จนจนวันหนึ่ง เราก็มองเห็นแล้วว่า มันก็ไม่ได้มีอะไรสวยขึ้นมาเท่าไรพร้อมกับจักปลูกอย่างไรก็ไม่สวยเหมือนดังเดิม พร้อมกับครั้งต้นไม้ของทางโครงการก็ค่อยทยอยตายเรื่อยๆ กับด้วยเหตุที่การจัดสวนของโครงการ บางโครงการมีการจัดสวนปลูกต้นไม้แถมมาด้วย เพื่อให้บ้านดูน่าอยู่พร้อมกับจักให้ ขายบ้าน ง่ายๆ แท้ๆ

ในห้วงแรก ต้นไม้ที่ได้จากทางโครงการเขาจัดไว้ก็สวยดีครับ แต่มันจะสวยเฉพาะตอนแรกๆ นะครับ แต่บางโครงการไม่ได้คำนึงถึงทิศของแดด ว่าทิศไหนแดดลง ทิศไหนไม่มีแดด ต้นไม้ไหนที่ชอบแสง เหรอไม้แดด ต้นไม้ที่ชอบแสงรำไร ก็ควรไว้ที่ไม่โดดแดดจัด หรือไม่ไม้ร่ม บางที่ลืมรดน้ำต้นไม้ แล้วไหนจักเรื่องฮวงจุ้ยอีก (เรื่องฮวงจุ้ยเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ)

ซึ่งพอไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่กล่าวมา เลยทำให้ต้นไม้ทยอยๆ ตายไป พร้อมกับแล้วกูก็ต้องมาจัดสวนใหม่ ไหนๆ จัดใหม่แล้วก็ทำน้ำตกเลยดีไหม?

ด้วยว่ารูปสวนพร้อมกับน้ำตกนี่เป็นตอนที่ทำเสร็จแล้ว ซึ่งการจัดสวนแบบนี้ให้ช่างทำน้ำตก ช่างทำน้ำตก ประเมินมูลค่า จะอยู่ประมาณ 90,000 บาท ถ้าหากจัดสวนอย่างเดียวช่างประเมินเกือบๆราคาอยู่ที่ 30,000 บาท ที่เหเลื่องก็จักเป็นค่าทำน้ำตก

แต่ว่าเพียงพอไปซื้อต้นไม้เองปลูกเองอยู่หมาย 10,000 บาท ก็คิดว่าออกกำลังกาย 555+ ส่วนที่ทำน้ำตก เราคงทำเองไม่ได้ก็ให้ช่างรับเหมาทำไป พร้อมทั้งก็วิ่งซื้อหิน ซื้อปูนเอง แค่นี้ก็ประหยัดงบไปได้เยอะ

ในเปลาะแรกๆ ไม่ก็ตอนเข้ามาอยู่ที่บ้านใหม่ๆ ผมกะจักทำแค่น้ำตกเล็กๆ ตรงหน้าบ้านก่อนเข้าบ้าน งบที่ใช้ไปตอนนั้นน่าจักคาดคะเน 10,000 บาท แต่ว่าไปๆ มาๆ ก็ดันหมายจะทำน้ำตกไนแองการ่าด้านข้างอีก งบเลยบานปลาย ไปอีกหลายหมื่น เบ็ดเสร็จก็อยู่ราวๆ 40,000-50,000 บาท (จัดสวนแล้วก็ทำไปเลยละกันทั้งสวนกับน้ำตก)

เปิดม่านทำตอนแรก ต้องทำการบ้านนิดนึง คือ หาแบบน้ำตกอย่างยิ่งๆ ศึกษาหาข้อมูลของต้นไม้ ว่าต้นไม้ต้นไหนเป็นต้นไม้ในร่ม ต้นไหนเป็นไม้แดด ไหนจักไม้มงคล เพราะว่าเฉพาะไม้มงคลที่เป็นไม้ร่ม เพราะว่าว่าที่บ้านมีต้นไม้ใหญ่หลายต้น ไม้แดดปลูกทีไรก็ตายเรียบ สเก็ตแบบคร่าวๆ ก่อน แบบมืออาชีพ ฮ่าๆ ทำเป็นรูปถั่ว จำเป็นเพราะเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ได้ทำน้ำตกไว้บ่อหนึ่งแล้ว

เบ็ดจนมุมแล้วก็หาช่างรับเหมา ค่าแรงต่อวันเรททั่วๆ ไป อยู่ที่เกือบๆ 800 – 1,500 บาท แล้วแต่ความสนิทคุ้นเคย ซึ่งพอได้ช่างมาก็เปิดฝาขุดบ่อลึกคะเน 1,5 เมตร ความยาวคาดคะเน 3 – 4 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร และทำน้ำตกสูง คาดคะเน 1 เมตรนิดๆ

แต่ว่าถ้าสมมติ จ้างช่างทำสวน ก็จักคิดราคาเหมาๆ เป็นจุดๆ ไป พร้อมทั้งก็อาจจะไม่ได้สนนราคานี้ครับ ขึ้นอยู่กับช่างมีประสบการณ์มากน้อยพางใด วิธีดูง่ายๆ ก็ขอดูแบบเก่าๆ ที่เคยทำแล้วค่อยมาเปรียบเทียบมูลค่าก็ได้นะครับผม

 

หลังจากนั้นก็จัดการโล๊ะต้นไม้เก่าๆ ออกให้หมด ขึ้นต้นทำการขุดบ่อใหม่ ลงเสาเข็มเพื่อวางหินเป็นชั้นๆ ทำน้ำตกไนแองการ่า

ภายหลังนั้นก็เชื่อมบ่อเก่ากับบ่อใหม่ ลงเสาทำหินเป็นชั้นฝั่งขวามือ เดี๋ยวนี้น้ำตกเก่าด้านซ้ายต้องทุบลงมาอีก ไม่งั้นแข่งกันแย่งซีนดูไม่งามได้ เดินท่อ ฯลฯ

นี่คือภาพหลังจากทำเสร็จ วางหญ้า ลงหิน เติมต้นไม้ใหม่หมด

พอทำไปสักพักก็ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าถ้าจักเลี้ยงปลาก็ต้องทำบ่อพักน้ำด้วยใช่ไหมเปล่า เพราะว่าเฉพาะบ่อปลาคราฟ แท้ๆ แล้วต้องทำอย่างน้อยๆ 3-4 บ่อ

แต่ว่าพื้นที่ที่อยู่ผมจำกัดเลยทำแค่บ่อเดียว เลี้ยงปลาคราฟ 4 ตัวพอ ตามหลักฮวงจุ้ย เค้าว่ากันแบบนี้นะครับ หนึ่งตัว , สี่ตัว , หกตัว , แปดตัว , เก้าตัว เป็นดาวมงคลช่วยนำโชค นอกจากนี้ถือว่าไม่มงคล

เกี่ยวกับต้นไม้ส่วนใหญ่ผมก็จักโฟกัสไปที่พวกเฟิร์น เน้นไม้ร่ม เพราะว่ามันตายยาก เช่น 

  1. เฟิร์นข้าหลวง
  2. เฟิร์นเงิน
  3. เฟิร์นมะขาม
  4. เฟิร์นฮาวาย
  5. เฟิร์นก้านดำ
  6. เฟิร์นลูกไก่

ที่เหลือเลื่องก็จะเป็นไม้ร่ม เช่น 

  1. พวกพรหมญี่ปุ่น
  2. ต้นผีเสื้อราตรี
  3. สับปะรดสี
  4. หนวดปลาดุก
  5. บัวดิน
  6. พลูด่าง กับพวกไม้พันธุ์ใบจำชื่อไม่ค่อยได้แล้วไปครับ

ส่วนไม้มงคลก็จักเป็นพวก

  1. กวักมรกต
  2. กวักเงินกวักทอง
  3. ช้อนเงิน
  4. และก็แอบทำสวนมอสอีกนิดหนึง

ขอนำทางนำให้เป็นมอสน้ำครับ ถ้าทำน้ำตกด้วย มอสดินผมลองปลูกแล้วไม่ค่อยเข้ากันเลยครับ แต่ว่าแล้วแต่ชอบนะครับ

ซึ่งราคาต้นไม้โหมโรงต้นตั้งแต่ต้นละ 50 – 200 บาท ถ้าต้นใหญ่หน่อยก็แพงขึ้นไปครับ ส่วนผมเน้นปริมาณให้ส่วนเขียวเต็มๆ ถ้าสมมตซื้อเองก็คาดว่า 10,000 บาทก็ได้บานตะเกียงมากเลยครับ จะเฉลี่ยต้นละ 100 บาท ได้ประมาณ 100 ต้น จัดสวนเองหมื่นบาทสบายเลยใช่มัยครับ ไหนจักพวกตุ๊กตา ตกแต่งสวนอีก สบายเลย การปลูกหญ้าก็ผมเโจษจันกเป็นหญ้ามาเลย์ เดิมทีเคยปลูกเป็นหญ้าญี่ปุ่นต้องเฝ้าคอยตัดอยู่เรื่อยๆ พอปลูกหญ้ามาเลย์ เขียวชอุ่มแทบไม่ต้องตัดเลยครับ

 

 

 

 

** ทริค เล็กๆ เพราะว่าบ้านใครที่มีเด็กใคร่ให้เล่นทราย ผมก็แบ่งเป็นพื้นที่เล็กๆเพื่อให้น้องเตตัสได้ตักทรายเล่นไปด้วยนะ

 

 

 

รวมพลมินเนี่ยนบุกสวน 555

คำถามคือ

จักซื้อของที่ไหนบ้าง ?


หินปูพื้น หินชั้น หินทางเดิน ต้นไม้ ผมซื้อแถวเส้นราชพฤกษ์ ถ.กาญจนาภิเษก ร้านขายต้นไม้ จะมีทั้ง 2 ฝั่งหมดเลย ขับๆ ไปก็เจอตลอด ส่วนร้านหิน ลองถามร้านต้นไม้ดูนะครับ แน่นอนๆ ก็อยู่ใกล้ๆ กันหมดครับ ซื้อที่สวนจตุจักรเดี่ยวนี้แอบแพง ฮ่าๆๆๆ ก็วิ่งมาซื้อที่นี้ดีกว่า เพราะซื้อมากมายก่ายกอง ต้นไม้ใหญ่ก็ค่าไม่แพงเกินไป

ส่วนปลาจะซื้อได้ที่ไหน ?

ความแท้ เส้นราชพฤกษ์ ก็มีครับ แต่ว่าแอบแพง ผมเลยมาซื้อที่ ข้างๆเจเจมอลล์ครับ ตอนนั้นผมซื้อ
หางนกยูงตัวผู้ 100 ตัว (150 บาท)
ตัวเมียร้อยตัว(150 บาท) กะเอามาผสมพันธ์กันให้ได้อีก 100 ตัว 555
ปลาคราฟ 4 ตัว ปลาคราฟหางสั้นๆ เรียกอะไรไม่รู้ แต่ลำตัวสวย 2 ตัว (1000 บาท)
หางยาวสวยๆ 2 ตัว
ปลาคราฟจักรดิ์พรรค์ (1200 บาท) ปลาสอด ปลาทอง อีกกระจิดริดหน่อย

รวมความไม่แน่ใจจะพอเป็นไอเดียการซื้อของเนื่องด้วยการ ตกแต่งบ้านพร้อมกับคอนโด เกี่ยวกับบางท่านที่ต้องการทำสวนเองบ้างได้หรือเปล่า ถ้ามีเวลาอยากให้ลองทำเองแล้วทุกท่านจักมีความสุขกับมันครับ 🙂

by Tommy Hello

ที่มา: http://home.sanook.com/6329/

สร้างขวดแก้วรดน้ำต้นไม้ ในบ้าน/คอนโด เมื่อคุณไม่อยู่บ้าน

“ขวดแก้วรดน้ำต้นไม้” ในบ้าน/คอนโด เมื่อคุณไม่อยู่บ้าน

 

เพื่อนๆ หลายคนที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวพักร้อนไกลๆ และติดกันหลายๆ วัน ซึ่งสำหรับบางครอบครัวที่เป็นบ้านเดี่ยว หรือพักอาศัยอยู่ในคอนโด และไม่มีเพื่อนบ้านคอยช่วยรดน้ำต้นไม้ให้ในระหว่างที่เราไม่อยู่บ้าน ก็อาจจะประสบกับปัญหาต้นไม้เหี่ยวเฉาได้นะครับ

งั้นเราลองไปดูการดูแล ต้นไม้ และ ดอกไม้ สวยๆ ในสวนของคุณยามที่ไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานๆ “ขวดแก้วรดน้ำต้นไม้” ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย งั้นลองไปชมกันดีกว่านะครับ

 

  1. สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้มีเพียงขวดแก้วหรือขวดน้ำอัดลม ขวดเบียร์เปล่า หรือขวดใดๆ ที่มีปากขวดลักษณะแคบยาว
  2. จากนั้นก็ใส่น้ำลงไปในขวดให้เต็ม
  3. นำขวดปักคว่ำลงไปโดยกระแทกแรงๆ ลงบนดินในกระถางดอกไม้ ลองพยายามปักลงไปแรงๆ ตั้งขวดให้เฉียงๆ เล็กน้อย และทำให้แน่ใจว่าปากขวดจุกตันไปด้วยดินร่วนๆและไม่ให้น้ำไหลรั่วซึมลงไปในดินจนหมด
  4. คอยสังเกตดูว่าฟองอากาศเคลื่อนไหว หรือ น้ำในขวดลดลงอย่างรวดเร็วไปไหม ให้ท่านดึงออกมาและทำใหม่จนกว่าน้ำในขวดจะอยู่นิ่ง
  5. สำหรับดินที่ใช้ควรจะเป็นดินร่วนชื้น สักหน่อย เพราะถ้าหากใช้ดินแข็งเกินไป เวลากระแทกขวดลงอาจจะเกิดอันตรายได้ อาจจะเป็นการรดน้ำต้นไม้ให้ท่วมก่อนก็ดีครับ

 

และด้วยวิธีง่ายๆ นี้ เท่านี้คุณและครอบครัวก็สามารถไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ โดยที่ต้นไม้หรือสวนสวย ๆ ของคุณก็จะมีความชุ่มชื่นและสดใส พร้อมทั้งยังคอยเบ่งบานต้อนรับยามเมื่อคุณ และ ครอบครัวกลับมาถึงบ้านหรือคอนโดมิเนียมอีกด้วยครับ

แต่ถ้าหากเป็นสวนขนาดใหญ่ลองเป็นวิธีนี้ก็ได้นะครับ

สำหรับวิธีนี้คือวิธีรดน้ำให้ต้นไม้โดยใช้หม้อ,ไหดินเผา หรือที่เรียกว่า Clay Pot System จะเป็นการฝังหม้อดินที่ไม่ได้เคลือบ และ เต็มไปด้วยน้ำลงไปในดินเลย นี่เป็นเป็นวิธีการที่เก่าแก่ที่สุดของโลกอีกวิธีหนึ่ง

โดยที่วิธีการทำแบบนี้เป็นวิธีการให้น้ำต้นไม้แบบโบราณของจีน ซึ่งต่อมาได้รับการเผยแพร่และนำไปใช้ตามดินแดนแห้งแล้งทั่วทุกมุมโลก

และนี่ยังมีข้อดีหลายๆ อย่างเลยล่ะ แต่ที่สำคัญเป็นการให้น้ำถึงรากต้นไม้โดยตรงเลยล่ะ

สำหรับน้ำที่เราใส่ลงไปข้างในนั้น จะหายหรือระเหยไปน้อยมาก เรียกว่าเป็นการให้น้ำต้นไม้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับ หรือ ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เลย

ซึ่งถ้าหากจะให้ลองอธิบายแบบง่าย ก็คือ เป็นการซึมของน้ำ และถูกควบคุมโดยความต้องการน้ำของต้นไม้ โดยเมื่อดินเริ่มแห้งน้ำก็จะซึมออกจากตัวหม้อดินเผา และเมื่อต้นไม้ได้น้ำเต็มที่น้ำก็จะหยุดซึม จะเป็นแบบนี้จนกระทั่ง ต้นไม้ต้องการน้ำอีกครั้ง และเรายังสามาถจะให้ปุ๋ยน้ำแก่ต้นไม้ได้ได้ด้วยนะคะ

งั้นเราลองมาดูวิธีการทำ หม้อให้น้ำต้นไม้ดินเผา แบบง่ายๆ นี้เลย

1. นำกระถางดินเผา ที่มีขนาด 15 นิ้ว มา 2 ใบ จะเท่ากับ 1 หม้อ

2.ต่อจากนั้นก็อุดรูระบายน้ำของกระถางดินเผาใบล่าง ส่วนอีกใบไม่ต้องอุดปิด เพราะว่าจะใช้เป็นช่องเติมน้ำเข้าไป

3.ต่อจากนั้นแล้วใช้กาวซิลิคอน Silicone หรือ กาวทนน้ำ มาแปะทั้ง 2 กระถางให้ติดกัน ทิ้งให้กาวแห้ง

ซึ่งแบบนี้จะใช้เป็นแบบกระถางกับถาดรอง

4.เมื่อกาวแห้งเรียบร้อย ก็ขุดหลุมฝังหม้อดินเผาทำมือไว้ในสวน และ ตามโคนต้นไม้

5.หลังจากฝั่งเสร็จต่อจากนั้นก็เติมน้ำให้เต็มกระถาง

 

และถ้าหากจะทำให้มันเป็นแบบไฮเทคหน่อย ก็ทำตามแบบในรูปเลยค่ะ

ฉันหวังว่าคงจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนที่สนใจบ้างนะคะ

ข้อมูลจาก Bansuanporpeang

ทำกระถางระบบป้อนน้ำให้ตัวเอง ง่ายๆ

วิธีที่ทำนี้ จะนำอุปกรณ์ที่ทำให้ปลูกต้นไม้ งอกงาม โดยไม่ต้องคอยรดน้ำ ให้มันบ่อยๆ เพราะวิธีการที่ว่าในต่างประเทศมีการทำกระถางที่มีระบบเก็บน้ำไว้ภายใน ซึ่งทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย แต่ว่าราคาก็แพงมาก ใบหนึ่งเป็นพัน

ซึ่งวันนี้เราจะมาดูวิธีการทำกระถางประหยัดน้ำแบบบ้านๆ โดยไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ ทำได้เองจากขวดเก่าๆ  และยังประหยัดงบอีกด้วย โดยที่เราสามารถสร้างสวนผักเล็กๆ ไว้ริมหน้าต่างได้ หรือในครัวปลูกใบโหระพา กระเพรา ได้สีเขียวมาประดับบ้านแล้วยังได้ผักใบเขียวไว้กินอีกด้วย งั้นก็ลองมาดูกันเลยค่ะ

1. สำหรับสิ่งที่เราต้องเตรียม :

  • ขวด
  • แก้วน้ำ
  • แผ่นตาข่ายเพื่อกั้นดิน
  • เชือก
  • ต้นไม้ที่ต้องการปลูก

ซึ่งวัสดุ ขวด และ แก้วน้ำ เราสามารถจะเปลี่ยนเป็นวัสดุที่เป็นขวดแก้วเป็นพลาสติกก็ได้ เพราะมันจะตัดได้ง่ายค่ะ สามารถเปลี่ยนแปลงวัสดุตามที่ต้องการ ลองดูวิธีการเพื่อเป็นแนวทางได้เลยค่ะ

 

2. ให้เรานำนำแผ่นตาข่ายขนาด 2 x 2 นิ้ว ไปเจาะรูตรงกลางเพื่อให้เอาเชือกเส้นใหญ่พอประมาณเข้าไปได้ และผูกปมไม่ให้หลุด เชือกนี้จะเป็นส่วนที่นำน้ำขึ้นไปให้กับดิน และหล่อเลี้ยงพืชผักที่เราปลูกไว้ ในปริมาณน้ำที่พอเหมาะ ดังนั้นเราไม่ต้องห่วงว่าน้ำจะมากไปหรือน้อยไป

 

 

 

 

 

ที่มาของข้อมูล : Designsponge

หรือคุณจะลองวิธีนี้ก็ได้ไม่เลวเลยนะ

ไอเดียทำขวดน้ำรดต้นไม้ เมื่อต้องหยุดยาว

วันนี้ blog ตกแต่งสวนและคอนโด จะขออนุญาตนำไอเดียของคุณป้าวลีแห่งห้องชายคา เว็บไซต์พันทิป  เพื่อมาแชร์ไอเดียการ D.I.Y ขวดน้ำรดน้ำต้นไม้

ซึ่งหากคุณไม่อยู่บ้านเป็นเวลาหลายๆ วัน ก็ต้องร้องว้าวว เพราะว่าคุณป้าใช้ของเหลือใช้ใกล้ตัวมาประยุกต์ทำเป็นขวดน้ำสำหรับให้น้ำต้นไม้ได้อย่างง่ายๆ พร้อมแล้วลองไปชมกันเลยดีกว่า

 

สำหรับการฝากต้นไม้ไว้กับขวดน้ำนี้ มันเหมาะกับคนที่ปลูกต้นไม้ในกระถางไม่ใหญ่ และ ปลูกในปริมาณไม่มากนะคะ อาจจะพอแก้ปัญหาตอนไม่อยู่บ้านหลายวัน และในช่วงที่ไม่มีคนช่วยรดน้ำต้นไม้

1.เราก็เจาะส่วนบนของขวดใช้คัตเตอร์หรือมีดปลายแหลมคมๆ โดยเจาะนำร่องพอให้สอดปลายกรรไกรได้

2. หลังจากนั้นใช้กรรไกรตัดจะง่ายและอันตรายน้อยกว่าคัตเตอร์ ซึ่งขนาดที่เจาะก็ดูขนาดกระถางที่จะวาง

3.กะขนาดที่เจาะ ก็ต้องดูขนาดกระถางที่เราจะวางลงไปด้วย

4.จากนั้นเราก็เจาะให้เล็กกว่าปากกระถางเล็กน้อย เวลาที่วางลงไปจะได้ค้างอยู่ปากขวดที่เจาะไว้

5.ดูว่าก้นกระถางลงไปถึงระดับไหนแล้ว มาร์คไว้ เพราะว่าจะเป็นระดับที่เราจะเติมน้ำให้สูงสุดแค่ระดับนั้น

** สำหรับการใส่น้ำนั้นต้องดูด้วยว่าต้นไหนไม่ชอบชุ่ม และต้องระวังอย่าเติมน้ำให้สูงกว่ากันกระถางเกิน 1 เซนติเมตร

แต่ว่าถ้าเป็นต้นไม้ที่ชอบน้ำ เช่น 1.บัวดิน 2.บอนสี 3.บอนต่างๆ 4.พลู อาจเติมน้ำสูงกว่าก้นกระถางสัก 2 เซนติเมตร ได้ค่ะ แล้วระดับน้ำจะลดลงไปเมื่อพืชนำไปใช้ รากไม่ทันแช่นานจนเน่า

 

 

 

 

 

 

 

โดยที่วิธีนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ สำหรับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะค๊ะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก คุณป้าวลี

ดูข้อมูลโครงการขายบ้านกดเลย “ขายบ้าน